Random Stories

บทสนทนาจากเบาะหลังของรถแท๊กซี่

Taxi 1 : ห้องพระ

เวลาขึ้นแท๊กซี่บางทีก็แอบเหมือนเข้าไปอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวของคนคนนึง อย่างตอนนี้เหมือนอยู่ในห้องพระส่วนตัว มีทั้งพระพุทธรูป องค์พระแบบแขวน รูปพระพุทธเจ้า รวมไปถึงเทพเจ้าของพราหมณ์รวมกันหลายสิบองค์ อุณหภูมิจากแอร์ กลิ่นของรถและน้ำเสียงของคนขับก็เป็นโทนเย็นๆ นิ่งๆ เหมือนห้องพระโรงเรียน คุณกำลังคิดถึงความนิ่งๆสงบๆใช่มั้ย แต่แต่แต่คุณพระช่วย! ทำไมพี่เหยียบ 120+! รถพี่เย็นแต่พี่จะใจร้อนไม่ได้!

Taxi 2 : the 2nd job

ความรู้ใหม่จากพี่แท็กซี่ที่มีจ็อบหลักคือการขับรถ JCV ว่ารถ JCV ขับง่าย ระะบบดีเบาะนิ่มสบาย แอร์เย็น เวลาทำงานจริง 9.00-13.00 แต่บริษัทคิดเวลาทำงาน 10 ชม.(8.00 - 18.00) รวม OT ไปแล้ว 2 ชม.
วันเสาร์อาทิตย์ OT คูณสาม!
วันธรรมดาพี่ทำจริงวันละ 2 ชม.
วันเสาร์อาทิตย์พี่ทำจริงชั่วโมงเดียว
วันหยุดญี่ปุ่นแต่ที่ไทยไม่หยุดก็ได้เป็น OT ทำงานมาไม่เคยใช้สิทธิลา แต่ลาเองบ่อยมากสามวันติดก็เคย  เงินเดือน 24,000+ มีโบนัส ค่าโทรศัพท์ เอาเวลาที่เหลือมาขับแท๊กซี่ 

Taxi 3 : มิติใหม่ของการตกแต่งเพดานรถแท๊กซี่

หลังจากที่ก้าวขึ้นไปในรถคันนี้เราก็พบกับเพดานผ้าลูกฟูกสีฟ้าสดใสราวกับอยู่ในภาพยนตร์ของ
เวส แอนเดอร์สันหรืออยู่ในหนังอินเดียซักเรื่อง

blue taxi
เราถามว่าพี่เลือกเองเหรอ คิดว่าจะตอบว่าแฟนเลือกให้ แต่ไม่จ้ะ พี่บอกว่า ผมเลือกเอง ผมว่ามันเย็นดี

จากบทสนทนาใต้เพดานสีฟ้าสดใสเราค้นพบว่าทุกคนล้วนมีคาร์แรกเตอร์และความชอบของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งห้องนอนของเด็ก การตกแต่งโต๊ะทำงานของพนักงานออฟฟิศ หรือการตกแต่งรถของคนขับแท๊กซี่ทุกคน การใส่ใจและให้ความสำคัญกับความชอบของตัวเอง โดยแสดงผ่านการตกแต่ง workplace เป็นสิ่งที่อาจจะเพิ่มพลังในการทำงานมากขึ้นหรืออย่างน้อยก็เป็นโอเอซิสที่หล่อเลี้ยงและเยียวยาหัวใจจากความซัฟเฟอร์ในการทำงานได้

Taxi 4: ชีวิต

พี่แท๊กซี่บางกระดี-บางหว้า พี่เล่าว่าเป็นคนบุรีรัมย์ไปบวชเรียนที่อ.งาว ลำปาง ใช้ชีวิตเป็นสามเณรจอมซนว่างๆก็เล่นน้ำ ก่ออิฐสร้างนู่นนี่ไว้ที่วัดตามประสาเด็ก สองปีต่อมาลงไปนราธิวาส จากนั้นก็สึกออกมาทำงานโรงงานแถวบางกระดี แต่มีจุดพลิกผันคือประสบอุบัติเหตุรถชนแถวโรงงาน(เพื่อนที่ขับมาไปตัดหน้าพ่วงและไม่สวมหมวกกันน็อค) เพื่อนเสียชีวิตคาที่จนถึงตอนนี้พี่ก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรเพราะทุกคนไม่ยอมบอกพี่ ตัวพี่เองขาหักหัวแตกเย็บ 27 เข็ม พักฟื้นเป็นปีก็ไปบวชเป็นพระ(อีกแล้ว) แล้วก้ทำงานโรงงานต่อจนมีเหตุสุดวิสัย เลยออกมาขับแท๊กซี่เมื่อห้าเดือนที่แล้วนี่เอง

จากชีวิตเณรน้อย มาเป็นหนุ่มโรงงาน เป็นคนเกือบตาย เป็นผู้ป่วย เป็นพระ แล้วก็กลับมาเป็นหนุ่มโรงงาน ตอนนี้ก็มาเป็นคนขับแท๊กซี่ ที่ต้องมาขับผ่านจุดที่ตัวเองเกือบตายอยู่บ่อยๆ ฟังแล้วก็รู้สึกว่าชีวิตเป็นอะไรที่มหัศจรรย์ โหดร้าย ท้าทาย มีบางอย่างที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น บางอย่างควรจะเกิดนานกว่าที่เป็น บางอย่างก็เกิดขึ้นนานเกินไป การใช้ชีวิตเหมือนเป็นนักโต้คลื่นที่ต้องโต้คลื่นไปเรื่อยๆ จนกว่าจะหมดแรงหรือหยุดโต้ไปเอง แล้วถ้าเราเป็นพี่เค้า เป็นหนุ่มสาวชาวโรงงานเราจะมีชีวิตแบบไหน คุณภาพชีวิตที่เค้าควรจะมีเป็นยังไง การได้รับความรู้เรื่องความปลอดภัยในชีวิตต้องอยู่ในระดับไหน ถ้ามีอะไรมาทำงานแทนเค้าเค้าจะทำไปไรกัน ความคิดต่างๆวนเวียนอยู่ในหัวของเราเหมือนเป็ดยางที่วนอยู่ในอ่างอาบน้ำ และน่าเศร้าที่ในอีกไม่กี่วันเราคงลืมเรื่องนี้ไปแล้ว จนกว่าจะได้วนกลับมาอ่านเรื่องนี้อีกครั้ง

#Taxi#Life
← Back to Random Stories