“เมื่อลมพัดมา ใบไม้จึงร่วงหล่น เมื่อใบไม้ร่วงหล่น ดินจึงอุดมสมบูรณ์ เมื่อดินอุดมสมบูรณ์ ผลไม้จึงงอกงาม ทีละเล็ก ทีละน้อย…”
ประโยคนี้ถูกบรรยายซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยตลอดช่วงเวลา 1 ชั่วโมงครึ่งของสารคดีเรื่องนี้ เมื่อมาลองนั่งพิจารณาประโยคนี้หลังชมภาพยนตร์ก็พบว่า ช่างเป็นการเรียบเรียงประโยคที่ลงตัวและเหมาะสมกับเรื่องราวของคุณตาชูอิจิและคุณยายฮิเดโกะเป็นอย่างยิ่ง
ครั้งแรกที่ดู trailer ผ่านๆจากช่องของ Documentary Club ใน Vimeo จิตใจก็ตัดสินใจไปแล้วว่านี่คงเป็นเรื่องราวชีวิต slow life ตามสไตล์ญี่ปุ่น ทำนองเดียวกับ Little Forest (ซึ่งค่อนข้างถูกจริตอยู่แล้ว) และเนื่องจากเป็นคนอยากผจญภัยกับเนื้อหาของสารคดีด้วยตัวเอง ก่อนที่สมองจะถูกจูนด้วยการรีวิวของคนอื่น เราจึงไม่รอช้า กดโหลดมาดูทันที (1.99 USD ราคา life time บอกเลยว่าคุ้มม) (ถ้าใครอยากดูก่อนที่จะอ่านต่อ เชิญกด link นี้ได้เลยจ้า)
เรื่องราวเริ่มแรกปูมาให้เรารู้จักกับคุณชูอิจิ ซึบาตะ สถาปนิก วัย 90 ปี และภรรยา คุณฮิเดโกะ ซึบาตะ วัย 87 ปี ทั้งสองอยู่ในบ้านหลังคาสีแดงที่ตั้งอยู่ในเมืองใหม่โคโซจิ (Kozoji) จังหวัดไอจิ บ้านน้อยหลังนี้ไม่ธรรมดาเพราะภายในบริเวณบ้านนั้น รายล้อมไปด้วยแปลงผัก 70 ชนิด ต้นไม้ผลและไม้ดอกนานาพันธุ์รวมถึง 50 สายพันธุ์ อ่านถึงตรงนี้แล้ว ผู้อ่านสงสัยกันมั้ยว่า ทำไมการมีชีวิตที่สโลว์ไลฟ์ถึงต้องมีพืชผักมากขนาดนี้

คุณชูอิจิผู้มีอายุ 90 ปีนั้นได้ผ่านยุคสงครามโลกและยุคหลังสงครามมาด้วยบทบาทที่ต่างกัน ในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ชูอิจิเป็นวิศวกรออกแบบเครื่องบินรบให้แก่กองทัพเรือของจักรวรรดิญี่ปุ่น ส่วนหลังสงคราม ชูอิจิได้ร่วมงานกับบริษัทออกแบบผังเมือง เพื่อออกแบบเมืองใหม่หลังสงครามและภัยพิบัติ ชูอิจิผู้มีสุนทรียในจิตวิญญาณ ได้ออกแบบผังเมืองที่ชาวเมืองสามารถดำรงอยู่กับธรรมชาติอย่างกลมกลืน แต่เป็นที่น่าเสียดายว่า ในยุคนั้น รัฐบาลมองเห็นเรื่องของประโยชน์ใช้สอยและความประหยัดมากกว่าสิ่งอื่นใด ส่งผลให้ผังเมืองที่ชูอิจิออกแบบต้องพับลงไป และนั่นก็ทำให้เขาหันหลังให้กับวงการแต่การหันหลังให้กับสิ่งหนึ่ง นั่นหมายความว่าเรากำลังเดินหน้าเข้าหาอีกสิ่งหนึ่ง
ชูอิจิเดินหน้าปลูกบ้านและสร้าง"ป่า"ภายในบริเวณของตัวเอง รวมไปถึงริเริ่มการปลูกต้นโอ๊คบนภูเขาหลังบ้านอีกด้วย เวลาผ่านไปหลายสิบปี ต้นไม้เริ่มเติบใหญ่ ดินที่ผ่านการบ่มหมักจากใบไม้ที่ร่วงโรยและทับถมนานหลายปี กลายเป็นสมบัติอันล้ำค่า พืชพันธุ์ให้ผลผลิตมากมาย วอลนัท แครอท เชอรี่ มันฝรั่ง ไปจนถึงหน่อไม้ เติบโตงอกงามในบริเวณบ้านของทั้งสองตลอดทั้งปี ทำให้ทั้งคู่มีกิจกรรมทำอยู่เสมอ

ความละเมียดละไมและความปราณีตของทั้งสองคนแสดงผ่านกิจกรรมธรรมดาในชีวิตประจำวัน เช่น การประกอบอาหารด้วยผลผลิตจากสวนป่าของคุณฮิเดโกะโดยเตาที่ใช้มา 40 ปี การทำป้ายสีเหลืองและเขียนข้อความน่ารัก ๆปักไว้ตามที่ต่าง ๆในสวนของคุณชูอิจิ การเขียนโปสการ์ดด้วยลายมือส่งไปหาเพื่อนและผู้คนรอบตัว พร้อมภาพประกอบที่เป็นเอกลักษณ์ในวัย 90 ทำให้ผู้ชมอย่างเราอดยิ้มไม่ได้กับความคิดสร้างสรรค์และความใส่ใจที่ทั้งคู่มีต่อเพื่อนร่วมโลก


คุณชูอิจิได้สอนคุณฮิเดโกะผู้เป็นภรรยาว่า หากสิ่งใดที่ทำเองได้ให้ลองพยายามทำเองทีละเล็กทีละน้อย และนั่นเป็นสิ่งที่ทั้งสองถือปฎิบัติเสมอมา คู่รักที่อายุรวมกันได้ถึง 177 ปี ได้ผ่านฤดูกาลที่หมุนเวียนเปลี่ยนผ่านมาถึง 65 รอบ ด้วยความเข้าใจซึ่งกันและกัน การเอาใจใส่ดูแลผ่านการกระทำต่างๆซึ่งแสดงออกถึงความรักและความผูกพันที่ไม่ได้เอ่ยออกมาด้วยวาจา นี่เป็นอีกเรื่องที่เราเรียนรู้ได้จากครอบครัวซึบาตะ นอกจากการใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบแล้ว ในวัย 90 ปี คุณชูอิจิยังคงเปี่ยมล้นไปด้วยความตั้งใจและความรู้ความสามารถ ความรักในวิชาชีพสถาปนิกและความตั้งใจในการออกแบบสถานที่ให้ผู้คนได้สัมผัสกับธรรมชาติอย่าใกล้ชิดที่สุด ทำให้มีผู้มีติดต่อขอคำปรึกษาในการออกแบบการสร้างโรงพยาบาลจิตเวชที่เป็นไปในแนวทางเดียวกับเรื่องที่คุณชูอิจิให้ความสำคัญ

“เมื่อลมพัดมา ใบไม้จึงร่วงหล่น เมื่อใบไม้ร่วงหล่น ดินจึงอุดมสมบูรณ์ เมื่อดินอุดมสมบูรณ์ ผลไม้จึงงอกงาม ทีละเล็ก ทีละน้อย…” การใช้ชีวิตที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองและต่อผู้อื่น โดยการกระทำเล็ก ๆ น้อย ๆ ค่อย ๆ ฝึกฝนและสะสมไป ทำให้ชีวิตของตัวเองและสิ่งอื่น ๆ เจริญงอกงาม และประโยชน์จากสิ่งนั้นยังสามารถส่งต่อให้แก่ผู้คนในรุ่นถัดไปได้ เปรียบเหมือนพื้นดินที่อุดมสมบูรณ์จากการทับถมของใบไม้ที่ร่วงหล่นมาในแต่ละวันคืน ซึ่งกลายเป็นแหล่งอาหารให้กับพืช คน สัตว์และสิ่งมีชีวิตอื่นที่อาศัยอยู่แนวคิดอันเรียบง่ายนี้ได้ถูกพิสูจน์โดยคุณชูอิจิและคุณฮิเดโกะแล้วว่าสามารถปฎิบัติได้จริง ทำทุกอย่างช้า ๆ อย่างมั่นคง ค่อยเป็นค่อยไป เมื่อเวลาผ่านไป ความหอมหวานของชีวิตจะออกผลเอง
ชื่อไทย : ชีวิตนี้หอมหวาน
91 นาที / 2017 / ญี่ปุ่น / ผู้กำกับ: ฟูซิฮาระ เคนชิ
1h 31min / 2017 / Japan / Directors: Kenshi Fushihara
